เขาสมหวัง หุบเขาแห่งสามชนเผ่า

ที่นี่มีน้ำตกไหลผ่านหมู่บ้าน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปาก็ผลิตมาจากพลังงานน้ำที่ไหลผ่านนี่แหละค่ะ
แต่ทีเด็ดอยู่ที่การเดินทางค่ะท่านผู้ชม เพียงแค่15กิโลเมตรจากเมืองเชียงรายเท่านั้นค่ะ จะใกล้ไปไหน!
มีทั้งนอนโฮมสเตย์ริมลำธาร หรือจะไปกางเต็นท์นอนดูทะเลหมอก จะนอนชิวๆ รึเดินเล่นดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยๆก็แล้วแต่ เพราะก็จ่ายเหมาเป็นหัว รวมอาหาร3มื้อ พร้อมกิจกรรมทั้งวันและเสื้อผ้าชนเผ่าให้ยืมใส่เข้าไปแล้วในราคาเดียวค่ะ
ได้อารมณ์แม่กำปองแห่งเมืองเชียงรายเลยค่ะแม่ ว่าบาป555

เขาสมหวังที่ไปครั้งนี้นึกว่าจะไม่ได้ปักธงอธิษฐานซะแล้วค่ะ!! ฝนตกพรำๆตลอดทั้งคืน ตื่นเช้ามายังไม่ยอมหยุด ทะเลหมอกของฉ้านนน!!(น หนู ล้านตัว) เอาทะเลหมอกของฉันคืนมา!!
แต่วิวเมืองเชียงรายบนนี้ก็สวยอยู่นะ ปลอบใจตัวเองแหละ ดูออก!

ปล. เขาว่าที่นี่ดอยสมหวัง ขออะไรก็สมหวังได้ดั่งใจ แม่อธิษฐานขอให้ทะเลหมอกลง ละก็ได้สมใจจริงๆด้วยนะเออ แต่คือมาตอนกะลังลงพอดี จะดีใจดีมั้ยนะ เอ.. หรือว่าเราขอผิด55

หมอกเพิ่งมาลงจัดก็ตอนเดินลงเขา แอบเศร้ามากมายค่ะ ไม่เป็นไร คราวหน้ายังมี! พี่จะมาบ่อยๆ! อาหารออแกนิคแท้ๆแถมยังอร่อย! จิมาปลดปล่อยอารมณ์ ชมดาวอีกนะเธอ

ที่เขาสมหวังนี่ธรรมชาติครบครันมากๆค่ะ มีทั้งฝูงผีเสื้อ ในรูปนี่ผีเสื้อจริงๆนะคะ บินให้ว่อนเลยค่ะ เก็บภาพสวยๆได้โดยที่ไม่ต้องงัดเอาความสามารถในการถ่ายรูปของอิฉัน(ที่ไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่)มาใช้เลยค่ะ55

พี่เค้าบอกว่าป่าแถวนี้ไม้ไผ่เยอะ ตัดมาทำบ้านได้สบายๆ บ้านเลยออกมาสวยสไตล์นี้ คือดีอะ!

เขาสมหวังสมัยก่อน ที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ บนดอย ที่มีน้ำตกไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา พวกเค้าหาของป่ามาขายในเมือง อยู่กันเงียบๆ ตามผสาชนเผ่าบนดอยที่ห่างจากในตัวเมืองเชียงรายแค่เพียง 15 กิโลเมตรเท่านั้นเองค่ะ! งงมากนะเธอ!

ชาวบ้านที่นี่เค้ายังทำอาหารแบบดั้งเดิมอยู่นะคะ ก่อฟืนทำอาหาร ทั้งปิ้งย่าง หุงข้าว ทำน้ำพริก แทบทุกอย่างใช้ใบตองห่อแล้วย่าง รึเอาใส่ในกระบอกไม้ไผ่อีกที จะบอกว่ากลิ่นมันหอมมากๆ

ยิ่งตอนเข้ามาได้กลิ่นที่เจ้าของบ้านเค้าชงชาออแกนิคที่ปลูกกันเองมาต้อนรับเราด้วยแล้ว มันฟินอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ

กิจกรรมอีกอย่างนึงของเขาสมหวังนี่ ที่พลาดไม่ได้คือ ช่วยชาวบ้านทำอาหารชนเผ่าค่ะ

พ่ออุ้ย แม่อุ้ย พี่ป้าน้าอาชาวบ้าน เค้าชอบที่เราไปช่วยเค้าทำ เค้าจะเล่าประวัติความเป็นมา พร้อมบอกวิธีทำให้เราเสร็จสรรพ เสร็จแล้วยังได้นั่งกินข้าว เม้ามอยด้วยกันต่ออย่างสนุกสนานค่ะ

นั่งรถมาตามทาง เห็นวิวธรรมชาติก็ชื่นใจแล้ว พอมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน พวกเรายิ่งปลื้มปริ่ม หัวใจพองโตกับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ของชาวบ้าน
ใช่ค่ะ พวกเค้ามาเล่นดนตรีต้อนรับพวกเราด้วยค่ะ แบบว่ารักเลย! เริสมาก! ขอบอก!

เขาสมหวังแม้ว่าระยะทางจะไม่ไกลจากตัวเมืองเลย แต่ในหมู่บ้านเหมือนอยู่กันคนละโลกเลยค่ะแม่! ราวกับว่าเราก้าวข้ามเถาวัลมาโผล่เมืองลับแลยังไงยังงั้นเลยจ้า! ทั้งธรรมชาติที่ยังอยู่ครบ อาหารการกิน และ ต้นไม้ใบหญ้าที่ยังอุดมสมบูรณ์เหมือนอยู่กลางป่า แถมตอนนี้ยังมีน้ำประปา และไฟฟ้าพลังงานน้ำของหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านช่วยกันทำเองด้วยนะคะ (ได้ไฟฟ้ามาจากน้ำตกที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านเลยค่ะ)

สิ่งที่พวกเราชอบมากของที่นี่อีกอย่างก็คือ
…พี่ๆเค้า แอบเตรียมชุดชนเผ่าไว้ให้แขกทุกคนเปลี่ยนถ่ายรูปเดินเล่นในหมู่บ้านด้วยนะคะ! แต่ละชิ้นนี่แพงๆทั้งนั้นนะเธอ เงินแท้ๆทั้งตัวค่ะ! แถมผ้าเค้าก็ทอมือ ปักมือ พู่ๆบนหัวนั่นก็ขนไก่แท้ๆย้อมสีนะจ๊ะ Handmade ทั้งน้าน! แล้วชุดก็ยังใส่เองไม่ได้นะ ต้องมีคนแต่งตัวให้อย่างเจ้าหญิงเลยจ้า! แอบยิ้มกรุ้มกริ่มนิดๆ แล้วมโนว่าเราเป็นเจ้าหญิง เดินกรุยกราย เฉิดฉายเล่นๆ ในหมู่บ้านไปค่ะ!!555

สำคัญเลยคือต้องแจ้งจำนวนคนเข้าพักพร้อมเพศสภาพกันด้วยนะคะ ส่วนผู้ใดมีกายเป็นชาย แต่ใจเป็นหญิง รึจะกายเป็นหญิง แต่ใจไปทางชายก็บอกพี่เค้าไปได้ พี่เค้าจะได้จัดหาชุดชนเผ่าไว้ให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามจำนวนคนค่ะ แอบแม่มาสวยที่นี่ได้เลยเธอ! ชุดเด็กๆเค้าก็มีนะจ๊ะ จะหาว่าไม่บอก น่าฮักตวยเน้อ!

ชุดผู้ชายชนเผ่าเป็นอะไรที่เราอิจฉามาก! แต่งตัวได้ไวเว่อ พร้อมวิ่งไปเล่นของเล่นได้ก่อนสาวๆเลยจ้า

ชอบกิจกรรมของที่เขาสมหวังนี่อีกอย่าง ตรงที่มันเล่นได้ทั้งวันนี่แหละค่ะ อยากเล่นอะไรก็เล่นได้! สบายใจเลย! จะกี่รอบก็ตามสบาย! ในรูปเป็นฟอมูล่าอาข่านะคะ มันส์ค่ะ ขอให้ลอง!

อันนี้เดินบนไม้ไผ่ขายาวๆ ดูเหมือนง่าย แต่ขอโทษ…. ยากเลยเน้อ! อิแม่ลองทีไรก็ผะเลิดตลอด..ตลอด!! ยืนถ่ายรูปสวยๆจบค่ะ55

บนเขาสมหวังสามารถพบปะผีเสื้อนานาชนิด ได้ตามข้างทางเลยหนาเจ้า นักขนาดเน้อ! จะว่าบ่บอก!

บ้านไหน แม่อุ้ยกะลังนั่งทำอะไร เราก็เข้าไปถามเปิ้ลได้เลยนะเจ้า แม่อุ้ยเปิ้ลตึงชอบสอนเฮาเน้อ เปิ้ลม่วน มีคนมาคุยด้วย มานั่งทำด้วยเยอะๆจ้า

ปล. ในรูปแม่อุ้ยเค้ากะลังทำพู่ปอมๆที่ติดหมวกเจ้า ทำจากขนไก่อายุ2ปีขึ้นไปเท่านั้น มิฉะนั้นขนมันจะหลุดง่าย เอามาย้อมเป็นสีต่างๆตามชอบ แล้วมาขึ้นเป็นพู่ปอมๆด้วยไม้อันนี้ ทำกันทีละเส้นเลยค่ะ

ปล2.แต่ละสี ก็ใช้วิธีย้อมแบบธรรมชาติ สีก็มาจากต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้นเอามาทำ และจริงๆแล้วแต่ละสีมีความหมายด้วยนะ แม่อุ้ยเค้าบอกมา แต่ต้องขอโทษด้วยนะคะที่อิฉันลืม! แม่อุ้ยเค้าคงไม่เข้ามาอ่านเนาะ อย่าไปบอกเค้าละ กลัวเค้าเสียใจ!

นักเรียนขยันมากเจ้า ตังใจฟังขนาด! แป๋งของเปิ้ลจะแหล่วไปเป็นอันเน้อ!

บ้านนี้แม่เฒ่า เปิ้ลนั่งร้อยสร้อยข้อมือ ทำมาจากลูกเดือยตากแห้ง กว่าจะเลือกลูกเดือย กว่าตากจะแห้ง แถมมานั่งทำอีก! เส้นละซาวบาทบ่ดายหว่ะ! ถูกขนาดเน้อ! ไปสอยกันได้ตามสบายจ้า จะร้อยเองใส่เอง รึให้แม่เฒ่าทำให้ ก็จ่ายแค่นั้นอะเธอ!

เหยียบขอนไม้ตำข้าวเปลือกเพลินไป น้องบอกว่า…พอร่อนแยกข้าวสารออกมาจากข้าวเปลือก เม็ดมันแตกหมดจ้าแม่! พลังเยอะกันจริงๆค่ะ มันส์มาก!

ตำข้าวปุ๊กเอามาคลุกงากินกับน้ำผึ้งป่าแท้ๆนี่ เป็นวิธีออกกำลังกายที่ดีอีกอย่างนึงเลยนะจ๊ะ เพราะต้องตำตอนข้าวหุงเสร็จร้อนๆ ให้ละเอียดและเหนียวติดกันเป็นก้อน ก่อนมันจะเย็นนาจา จะว่าไป.. กล้ามขึ้นเลยเน้อ!

วิธีเอาขึ้นมาจากครกก็เริสใช่ย่อย! เอาสากที่ตำนั่นแหละจ้า ม้วนๆข้าวขึ้นมา แล้วใช้เส้นไม้ไผ่ ที่ภาคเหนือเราเรียกตอกนั่นแหละ! รูดข้าวออกมาจากสาก ไม่โดนมือเลยนะคะ ว่าอนามัย!

เอากะแม่สิ้!! พริกบ้านเค้าตากแดดกันดีๆก็หยิบมาถ่ายรูป!!!

เออลืมบอกไป ชุมชนที่เขาสมหวังนี่ Nice นะ! คนและสุนัขเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไม่มีมาตาม มาเห่า มากัดเลยนาจา! มีแต่มาดมๆขอขนม ขออาหาร ละก็ผ่านไป! ข้อนี้แม่ให้ผ่าน! เพราะอีแม่เคยโดนพี่ๆเค้ากัดมาตอนเด็ก จำจนตอนนี้ ไปที่ไหนดูท่าไม่ดี นังแม่คนนี้จะรีบหนีให้ไกลก่อนเพื่อนเลยจ้า!

ลำธารข้างบ้านเปิ้ลเลยเน้อเจ้า เหมาะขนาด!

ระหว่างทางไปน้ำตกแห่งที่สอง ถ้าโชคดีอาจจะได้กินวุ้นไม้ไผ่แท้ๆ แบบชาวบ้านตัดให้กินระหว่างทางแบบเราก็ได้นะคะ เป็นวุ้นใสๆที่มีกลิ่นหอมไม้ไผ่ เย็นๆ ไม่มีรสชาติ แต่แปลกลิ้นดีจ้า

ลงเล่นน้ำเย็นๆได้นะคะ ลึกแค่อก แต่เย็นจนหัวหดเลยนะจ๊ะ!

เสร็จจากเดินเล่น ชมนกชมไม้ ชมหมู่บ้าน พวกเราก็เดินไปจิบกาแฟออแกนิคที่ชาวบ้านปลูกเอง พร้อมช่วยชาวบ้านทำข้าวเที่ยงกินกันที่ริมน้ำตกต่อค่ะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ บรรยากาศรื่นรมชมน้ำตก เล่นน้ำกันชิวเลยค่ะ ชาวบ้านยังสอนวิชาเหล่าไม้ไผ่ทำตะเกียบกินข้าวให้พวกเรากันด้วยนะคะ เพื่อนๆปลื้มกันมาก ได้ตะเกียบกับแก้วน้ำไม้ไผ่กลับบ้านเป็นของฝากกันด้วยค่ะ ว่าบาป! 55

เห็นเป็นห่อๆนั่นคือข้าวพันธ์บนดอย ปลูกได้แค่บนดอย ที่ไม่มีน้ำขัง ทางชันๆนั่นแหละค่ะหมู่เฮา! จะเกี่ยวข้าวมาเก็บจะใดนิ คิดละเหนื่อยแทน! กล้ามแขนกล้ามขามาเป็นมัดๆ!

กินข้าวเสร็จ นั่งชิวถ่ายรูปริมน้ำ งามขนาด!

นอนโฮมสเตย์ริมลำธารก็จะชิวๆ สบายๆ หน่อยค่ะ นอนหลับฟังเสียงน้ำเพลินๆ

กินข้าวชมการแสดงของชนเผ่ายามค่ำคืน มันช่างชื่นอุราค่ะทุกคน
ปล. มาคืนนั้นรวมกันบ่ถึง5คน บ่มีโชว์เน้อเจ้า เอ็นดูคนเฒ่าเปิ้ลผ่องเนาะ!

อาหารเย็นชนเผ่ารสชาติดีๆ จากธรรมชาติล้วนๆ ไก่ก็ไก่ป่าแท้ๆ ผักก็ผักออแกนิคที่ชาวบ้านปลูกเอง ข้าวก็ยังเป็นข้าวบนดอยที่มีรสสัมผัส และรสชาติ ไม่ต่างจากข้าวญี่ปุ่นค่ะ แม่ปลื้มมาก! บอกเลย!

อันนี้เค้าว่าเป็นมะเขือเทศของชาวเขาค่ะ รสหวานแปลกลิ้นอีกเหมือนกัน

นอนรับอากาศบริสุทธิ์ ชาร์ตพลังเข้าปอด! เอ้า! ฮึบๆ

มีจริตจะก้านคืองานของหมู่เฮา เหล่าทาสแมวนะจ๊ะ

ทางขึ้นเขาสมหวังเข้ามาเป็นถนนลูกรัง รถเก๋งอาจจะเดินทางลำบากหน่อย แต่รถกระบะหรือมอเตอร์ไซด์นี่น่าจะสบายๆนะคะ นอกจากว่าเวลาฝนตก รถอาจจะติดหล่มนิดนึง!

นอนเต็นท์ก็ดี ได้เดินป่าขึ้นเขาสมหวัง ไปอธิฐานขอพร แถมยังได้นอนดูวิวเมืองเชียงราย เห็นภาพเจ้าแม่กวนอิมองค์โต จากวัดห้วยปลากั้ง พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินด้วยนะเออ

เขาสมหวังกับคำอธิฐาน

มาเขาสมหวังก็ต้องมา”เขียนคำอธิษฐาน พร้อมช่วยกันปักธง”ไม่ต้องแอบอ่านเลยนะคะ แม่ยังอ่านตัวหนังสือที่ตัวเองเขียนไม่ออกเลยจ้า!
คติประจำใจ:”เจ็บแล้วจำ…คือคน จดแล้วงง…คือกรู!”

เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่นี่นะค่ะ ว่าถ้าใครได้ขึ้นมาบนเขานี้แล้วเขียนคำอธิฐานบนธงแล้วนำคำอธิฐานนั้นมาปักไว้บนเขาลูกนี้คำอธิฐานนั้นจะเป็นจริง ขอคู่ก็จะได้คู่ ของงานก็จะได้งาน อ่าวรออะไรล่ะค่ะตามแม่มาปักกันเร็ววว!!

ช่วยชาวบ้านก่อกองไฟทำอาหารกินข้าวเย็นกันบนนี้เลยค่ะ มันใช่มว้ากกก!!

กินข้าวเย็นบนดอยชิวๆ มีแบล็คกราวเป็นแสงโพล้เพล้ช่วงพระอาทิตย์ตก เม้ามอยต่อรอบกองไฟอีกนิด ชีวิตมีสีสันมากๆค่ะแม่!